เพลงชาติเมียนมาร์ ชื่อ คาบา มา จี (Kaba Ma Kyei)  แปลว่า “ขอประเทศเมียนมาร์คงอยู่ชั่วนิรันดร์” ตอนต้นของเพลงนี้เป็นการเรียบเรียงดนตรีแบบดั้งเดิมของพม่า ก่อนที่จะเข้าสู่ดนตรีช่วงถัดมาซึ่งเรียบเรียงในลักษณะดนตรีออเคสตราของตะวันตก

เพลงนี้ประพันธ์เนื้อร้องและทำนองโดยสะหย่าติ่น (Saya Tin – สะหย่าเป็นคำเรียกนำหน้านาม หมายถึง อาจารย์ ติ่นเป็นชื่อตัว) เพื่อใช้เป็นเพลงประจำสมาคมเราชาวพม่าเมื่อ พ.ศ. 2473 โดยใช้ชื่อเพลงว่า “Dohbama” แปลว่า “พม่าของเรา” ต่อมาประกาศใช้เป็นเพลงชาติพม่าอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นปีที่ได้เอกราชอย่างแท้จริงจากอังกฤษ

ไม่มีว่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของต่างชาติยาวนานหรือไม่ที่ทำให้ให้เพลงชาติของเมียนมาร์เต็มไปด้วยเนื้อหาและทำนองที่กระตุ้นให้คนในชาติมีความฮึกเหิมที่จะช่วยกันปกป้องธำรงรักษาประเทศให้คงความเป็นสหภาพไปนิรันดร์  เพราะโดยเนื้อหาของเพลงซึ่งนับว่ามีความยาวอยู่เหมือนกัน  บอกให้รู้ถึงความภาคภูมิใจในความเป็นชาติของตนและตั้งปณิธานที่จะธำรงรักษาประเทศของตนไว้นิรันดร “ตราบโลกแหลกสลาย แผ่นดินพม่า จงคงอยู่ต่อไป”

ชาวเมียนมาร์มองประเทศชาติคือมรดกอันมีค่าและแท้จริงจากบรรพชน และชาวเมียนมาร์ทุกคนมีหน้าที่ต้องพิทักษ์และปกป้องประเทศชาติถึงต้องพลีชีพ “เราจักสละชีพ เพื่อปกป้องสหภาพของเราไว้ นี่คือชาติของเรา แผ่นดินของเรา ซึ่งพวกเราเป็นเจ้าของ  เราจะแบกรับภาระเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและแผ่นดิน นี่คือหน้าที่ที่เราพึงทำเพื่อแผ่นดินอันทรงคุณค่าแห่งนี้”

และแม้ว่าหลังจากได้รับเอกราช ประเทศเมียนมาร์ต้องเผชิญอยู่กับความไม่สงบเพราะความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับชนเผ่าต่างๆ จนเกิดการรัฐประหารยึดอำนาจโดยทหาร เปลี่ยนประเทศเป็นระบอบทหารทั้งหมด และยังมีการพยายามจากกลุ่มประชาชนที่จะปลดแอกประเทศจากการครอบครองแบบเบ็ดเสร็จโดยทหาร เพลงชาติของเมียนมาร์ก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใด

ชาวเมียนมาร์จะแสดงความเคารพธงชาติและเพลงชาติด้วยการยืนตรงโดยมือทั้งสองวางแนบกายพร้อมกับค้อมศีรษะเล็กน้อย

ในโรงเรียน มีการทำความเคารพธงชาติหน้าเสาธง แต่ไม่ได้ทำทุกวัน จะเลือกทำเฉพาะในวันสำคัญเท่านั้น  แต่บางแห่งให้นักเรียนร้องเพลงชาติวันละ ๒ หน คือ ในเวลาเช้าก่อนเข้าเรียนและในเวลาเย็นก่อนเลิกเรียน และหลังจากร้องเพลงชาติในตอนเช้าก็จะต้องท่องบทสวดพุทธคุณ และมีการเปิดเพลงชาติก่อนฉายภาพยนตร์ในโรงหนังด้วย

เหตุผลประการหนึ่งที่ไม่มีการรวมตัวกันอย่างสม่ำเสมอในการเคารพธงชาติก็คือ เพื่อป้องกันการเบี่ยงเบนวัตถุประสงค์ในการรวมตัว ประสาประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยทั่วไป