เพลงชาติของอินโดนีเซียแต่งต่างจากเพลงชาติไทยอย่างไร เพลงชาติของอินโดนั้นมีชื่อว่าอินโดเนเซียรายา โดยแปลว่า อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่ ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นฉบับที่ 3 โดยเนื้อหาที่เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการแล้วแบ่งออกเป็น 3 บท

บท 1 แสดงพลัง ชักชวนกันตะโกนว่า  “อินโดนีเซียจงเป็นเอกภาพ”

บท 2 ชักชวนกันอธิษฐานให้ “อินโดนีเซียจงมีสันติสุข”

บท 3 ชักชวนกันปฏิญาณให้ “อินโดนีเซียดำรงอยู่นิรันดร”

เพลงชาติของอินโดนีเซียนั้น เกิดขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2471 เป็นเพลงประจำพรรคชาตินิยมอินโดนีเซีย ประพันธ์โดยนายวาเก รูดอล์ฟ ซูปรัตมัน มีการนำเสนอเพลงนี้ครั้งแรกในงานสันนิบาตยุวชนแห่งชาติครั้งที่ 2 ที่เมืองปัตตาเวีย (ปัจจุบันคือเมืองจาการ์ตา) เนื้อหาของเพลงนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากมีการรวตัวกันของขบวนการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากเนเธอร์แลนด์ ในท่อนแรกของเพลงที่เรียกร้องให้ตะโกนหาเอกภาพนั้น มีถ้อยคำที่ระบุถึง เอกราช เอกราช

ต่อมาในปี พ.ศ.2488 ประเทศอินโดนีเซียประกาศเอกราชได้สำเร็จ เพลงนี้จึงได้รับเลือกให้ใช้เป็นเพลงชาติอินโดนีเซียสืบมาจนถึงทุกวันนี้ ต่อมาในปีพ.ศ.2493 มีการเรียบเรียงดนตรีใหม่ โดยนายโจเซฟ เคลเบอร์ ให้เหมาะที่จะใช้บรรเลงด้วยวงดนตรีฟิลฮาร์โมนิกออร์เคสต้า แต่คำโดยรวมก็ยังใช้เนื้อความเหมือนเดิม

เพลงชาติอินโนนีเซียจึงมีทั้งสิ้น 3 ฉบับและใช้มาจนถึงทุกวันนี้

เพลงชาติบอกประวัติศาสตร์

เพลงชาติอินโดนีเซียมีฉบับเต็มที่เป็น 3 ตอน กับฉบับที่คนทั่วไปคุ้นเคยเวลาที่ใช้เปิดเป็นสัญลักษณ์ของอินโดนีเซียซึ่งมีเนื้อหาสั้นกว่า ฉบับที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ของชาติได้ชัดเจนคือ ฉบับเต็ม

เนื้อหาของเพลงชาติทั้งสามตอน จะมีช่วงที่เป็นประสานเสียงดังนี้

“อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่
เอกราช เอกราช
แผ่นดินข้า ประเทศข้า ที่ข้ารัก
อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่
เอกราช เอกราช
จงเจริญเถิด อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่”

  1. เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียตกอยู่ใต้การปกครองของเนเธอแลนด์มา จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่คนในชาติจะเรียกร้องหาเอกราช การปลุกใจให้รักชาติจึงต้องผ่านคำว่า “เอกราช สันติสุข” เพราะตรงกับสิ่งที่คนในชาติต้องการ
  2. การปลดพันธนาการจากการตกอยู่ใต้ปกครองของผู้อื่น เป็นธรรมดาที่ต้องมีการต่อสู้เพื่อความเป็นไท ไม่มีใครอยากหวนกลับไปเสียเลือดเนื้อ ชีวิต น้ำตาเหมือนวันเวลาที่ผ่านมา จึงพากันอธิษฐาน ให้ประเทศพบสันติ
  3. ท่อนที่สามนี้ ปลุกเร้าให้ก้าวไปข้างหน้าตามลำดับ และต้องร่วมมือกันรักษาประเทศให้คงอยู่ตลอดไป ให้ร่วมใจกันรักษาผืนแผ่นดินไว้

และแม้ว่า เหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านั้นจะเป็นอดีตไปแล้ว แต่เชื่อว่า เหตุผลหนึ่งที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพลงชาติ ยังคงใช้ของเดิมอยู่ ก็เป็นการปลุกจิตสำนึกของคนในชาติ ไม่ให้ลืมอดีต และร่วมแรงร่วมใจกัน พัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า ไม่หวนกลับไปเป็นดังเดิมอีก

บทความลิขสิทธิ์โดย เพลงชาติ.com