หลังจากรู้จักเรื่องของเพลงชาติไทยกันมามากพอแล้ววันนี้เราจะพาไปดูความเป็นมาของเพลงชาติมาเลเซียกันบ้างนะครับ เริ่มต้นที่ก่อนปีพ.ศ. 2500 ประเทศมาเลเซียใช้ชื่อว่า สหพันธรัฐมาลายา เมื่อสหพันธรัฐมาลายาได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรในปี พ.ศ. 2500 จึงเริ่มมีเพลงชาติโดยใช้เพลง “เนอการากู” (Negaraku แปลว่า “ประเทศของฉัน”) เพลงนี้ แต่เดิมใช้เป็นเพลงสรรเสริญประจำรัฐเประ ซึ่งมีทำนองมาจากเพลงฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า “ลา โรซาลี” (La Rosalie) อีกชั้นหนึ่ง ผู้ประพันธ์ทำนองเพลงนี้คือ ปีแยร์-ฌอง เดอ เบรังเยร์ (Pierre-Jean de Béranger) ชาวฝรั่งเศสผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2323 – 2400

การที่มาเลเซียเพิ่งมีเพลงชาติมาเพียง 50 กว่าปีอย่างหนึ่ง กับระบอบการปกครองที่เสถียร ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง น่าจะเป็นเหตุให้มาเลเซียให้เพลงชาติเพลงเดียวนี้มาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ประวัติเพลงชาติจึงเรียบๆ ไม่มีความซับซ้อน โดยเนื้อหาของเพลงก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน

เพลงชาติมาเลเซียมีเนื้อหาเพียง 3 ย่อหน้า และย่อหน้าที่ 2 กับ 3 เป็นเนื้อความเดียวกันอีก

“ประเทศมาเลเซีย แผ่นดินของข้า คือผืนดินถิ่นเกิด ผองประชาพำนัก ด้วยรักสามัคคี ก้าวหน้า

จงประสพสุขล้วน ขอพระเจ้าทรงอำนวยพร ขอองค์ราชา ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม

จงประสพสุขล้วน ขอพระเจ้าทรงอำนวยพร ขอองค์ราชา ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม”

สิ่งที่เห็นและเป็นในเพลงชาติมาเลเซีย

เพลงชาติมาเลเซีย แบ่งเนื้อหาเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกกล่าวถึงแผ่นดินเกิด ซึ่งเป็นแผ่นดินของประชาชนที่มีความสามัคคี และรักความก้าวหน้า ข้อนี้แสดงให้เห็นความเป็นชนชาติมาเลเซีย ประเทศเอกราชใหม่ที่มีนโยบายเร่งด่วนในการพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อความทัดเทียมจนถึงก้าวเป็นผู้นำประเทศอื่น

ย่อหน้าที่ 2 และ 3 มีเนื้อความอย่างเดียวกัน แสดงว่า มาเลเซียให้ความสำคัญเรื่องศาสนาและการปกครองของพระมหากษัตริย์ตามหลักศาสนา ซึ่งศาสนาดังกล่าวคือ อิสลาม
เมื่อพิจารณาด้านรูปแบบการปกครองของมาเลเซีย พบว่า ประเทศมาเลเซียมีลักษณะเป็นสหพันธรัฐ แต่ละรัฐมีผู้ปกครองเป็นของตัวเอง แต่มีข้อน่าสังเกตว่า มีจำนวนหลายรัฐที่ผู้นำรัฐเป็น สุลต่าน คือ เป็นทั้งผู้ปกครองรัฐและผู้นำทางศาสนา แต่ก็มีบางรัฐมีผู้ว่าการเป็นประมุข

ในส่วนของพระมหากษัตริย์ที่เรียกว่า พระราชาธิบดี ใช้วิธีเลือกตั้งจากองค์สุลต่านที่เป็นผู้นำรัฐอยู่ มีวาระการดำรงตำแหน่ง แม้ว่าองค์ราชาธิบดีของมาเลเซีย จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ก็มีความสำคัญมาก เพราะอยู่ในฐานะของผู้นำทางศาสนาอิสลามของประเทศด้วย

จะเห็นว่า ความเป็นชาติของมาเลเซีย ปรากฏชัดในเพลงชาติแล้ว คือ เน้นเรื่องศาสนา                             องค์ราชาธิบดีมาจากผู้นำรัฐที่เป็นผู้นำศาสนาเท่านั้น และเมื่อก้าวขึ้นเป็นองค์ราชาธิบดีแล้ว เท่ากับเป็นทั้งกษัตริย์ เป็นทั้งผู้นำศาสนา และองค์สุลต่านของรัฐใดก้าวขึ้นเป็นราชาธิบดีของประเทศแล้ว รัฐนั้นจะตั้งผู้สำเร็จราชการขึ้นปกครองแทน