ร้องเพลงชาติไทยอยู่บ่อยๆ ฟังเพลงชาติไทยอยู่เป็นประจำ แต่หากจะถามว่า เพลงชาติไทยเป็นเพลงชนิดใด เห็นจะตอบยากอยู่ หากดูที่รูปแบบการประพันธ์ หรือ ที่เรียกว่า “คีตลักษณ์” ก็อาจจะพอตอบได้ในระดับหนึ่งว่า เพลงชาติไทยเป็นเพลงชนิดใด

ตามประวัติความเป็นมาของการแต่งทำนองเพลงนี้ โดยพระเจนดุริยางค์นั้น มีบันทึกว่าทำนองเพลงชาติไทยนั้นท่านคิดได้แบบฉับพลัน ขณะนั่งอยู่บนรถราง ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยู่ในอาการคิดไม่ออกเลยตลอด 7 วัน

“ข้าพเจ้าต้องรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยประสบมาในชีวิตเลย ไม่ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไรถูก เพลงก็คิดไม่ออกเพราะสมองหงุดหงิด เมื่อครบกําหนด ๗ วัน………….ในขณะที่ข้าพเจ้ากําลังเดินทางอยู่ในรถรางนี้ ทํานองเพลงชาติไทยก็บังเอิญปรากฏขึ้นมาในสมองของข้าพเจ้าอย่างครบถ้วน”

นั่นคือในส่วนของทำนองเป็นทำนองที่คิดขึ้นใหม่ และเป็นการคิดแบบไม่ตั้งใจคิดของผู้ให้ทำนองด้วยซ้ำ หากจะดูที่เนื้อร้อง พบว่า หากนำเพลงชาติไทยมาจัดเรียงให้เป็นรูปแบบคำประพันธ์ร้อยกรอง อาจไม่ซ้อนสนิทกับคำประพันธ์ประเภทใดเลย แต่ก็มีสัมผัสระหว่างบทคล้ายกลอน ๘ อยู่บ้าง

คือ คำว่า “ไทย” ในวรรคสดับไปสัมผัสกับคำที่ 3-5 คือ “ไผท” ของวรรครับ

คำว่า “ส่วน” ซึ่งเป็นคำสุดท้ายของวรรครับ ไปสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรครองคือ “มวล”

คำสุดท้ายของวรรครอง คือ “มวล” ไปสัมผัสกับคำที่ 3-5 ของวรรคส่ง คือ “ล้วน”

และคำสุดท้ายของวรรคส่ง คือ “คี” ส่งสัมผัสไปยังคำสุดท้ายของวรรครับในบทต่อไปคือ “ขี่”

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล                                                                ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด                                                       เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี                                                      เถลิงประเทศชาติไทยทวี มีชัย ชโย

แต่ก็ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่า นี้เป็นการแต่งแบบกลอน ๘ เนื่องจากคำในแต่ละวรรคไม่ได้มี ๘ คำทุกวรรค

หากตัดสินที่ “คีตลักษณ์” หรือ รูปแบบ (Form)  ซึ่งหมายถึง ลักษณะทางโครงสร้างของบทเพลงที่มีการแบ่งเป็นห้องเพลง (Bar)  แบ่งเป็นวลี (Phrase) แบ่งเป็นประโยค (sentence)   และแบ่งเป็นท่อนเพลง  หรือ กระบวนเพลง (Movement)  เป็นแบบแผนการประพันธ์บทเพลง  แล้ว เพลงชาติไทยจะจัดเข้าเป็นเพลงที่เป็น เอกบท (Unitary Form) หรือ วันพาร์ทฟอร์ม (One Part Form)  คือบทเพลงที่มีทำนองสำคัญเพียงทำนองเดียวเท่านั้น (A) ก็จะจบบริบูรณ์

เอกบท เป็นหนึ่งใน 5 ของคีตลักษณ์ที่ประกอบด้วย เอกบท (บทเดียว) ทวิบท (มีทำนอง 2 กลุ่ม) ตรีบท (มี 3 ส่วนคือ ทำนอง 1 /2 ส่วน 3 คือการกลับมาของ 1) ซองฟอร์ม (นำตรีบทมาเติมส่วน 1 เข้าไปอีก) และรอนโดฟอร์ม (มีทำนอง A เป็นหลัก แนวมีส่วนเสริมหลายส่วน ก่อนวนมาหา A อีกครั้ง)

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่หน้าเว็บเพลงชาติไทยนะครับ