สวัสดีครับเพื่อนๆน้องๆผู้อ่านเพลงชาติ.com ทุกคน วันนี้พี่เพลงชาติก็กลับมาพร้อมบทกลอนเพลงชาติไทยบทดังบทหนึ่งนั่นเองไปชมกันเลยครับ

โดยกลอนบทนี้ เป็นฝีมือการประพันธ์ของ นภาลัย ฤกษ์ชนะ(สุวรรณธาดา) โดยได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือชื่อ “หนังสือดอกไม้ใกล้หมอน” เป็นบทกลอนเกี่ยวกับเพลงชาติที่ไพเราะมาก และดูเหมือนจะได้รับการเผยแพร่มากที่สุด และในวรรคสุดท้ายของบทกลอนนั้น เรียกว่า “วรรคทอง” ก็ได้ ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง  จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังเพราะวรรคนี้ถูกนำมาใช้บ่อยๆ โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองไม่สงบ คนไทยทะเลาะกันเอง เป็นต้น

 

       ธงชาติไทย ไกวกวัด สะบัดพลิ้ว             แลริ้วๆ สลับงามเป็นสามสี

ผ้าผืนน้อยบางเบาเพียงเท่านี้                       แต่เป็นที่รวมชีวิตและจิตใจ

ชนรุ่นเยาว์ ยืนเรียบระเบียบแถว           ดวงตาแน่วนิ่งตรง ธงไสว

ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย         ฟังคราใดเลือดซ่านพล่านทั้งทรวง

ผืนแผ่นดินถิ่นนี้ที่พำนัก                       เราแสนรักและแสนจะแหนหวง

แผ่นดินไทย ไทยต้องครองทั้งปวง                ชีพไม่ร่วงใครอย่าล้ำมาย่ำยี

เธอร้องเพลงชาติไทยมั่นใจเหลือ           พลีชีพเพื่อชาติที่รักสมศักดิ์ศรี

เพลงกระหึ่มก้องฟ้าก้องธาตรี                       แม้นไพรีได้ฟังยังถอนใจ

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งไทยร้าวใจเหลือ                คือเลือดเนื้อเป็นหนอนคอยบ่อนไส้

บ้างหากินบนน้ำตาประชาไทย                    บ้างฝักใฝ่ลัทธิชั่วน่ากลัวเกรง

ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง                     แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง

ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง                         จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

กลอนบทนี่ไม่เพียงแค่ว่าแต่งได้ดี ไพเราะและสวยงาม แต่ยังคงมีเนื้อหาที่น่าสนใจ สะท้อนให้คิดถึงความมีอยู่ของเพลงชาติไทยของเรานั่นเองครับ

บางครั้งเราร้องเพลงชาติได้ยินเพลงชาติทุกๆวัน ทำให้เป็นการเคยชิน เป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้เต็มใจ เพียงแต่ทำไปเพราะถูกปลูกฝังและเป็นหน้าที่ แต่ไม่ได้มีความเข้าใจถึงตัวบทเพลงและจุดมุ่งหมายของมัน เพราะฉะนั้นบทกลอนนี้ย่อมสอนเราว่า หากเราร้องเพลงชาติไปทุกๆวันก็อาจจะดูเหมือนมีความสามัคคี แต่หากประเทศของเราแท้จริงยังคงทะเลาะกันอยู่หรือมีความขัดแย้งในหลายเรื่องๆ แล้วเราจะร้องเพลงชาติทำไม จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังนั่นเองครับ