ในปี พ.ศ. 2475 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยแล้ว ก็มีการปรารภถึงเพลงชาติไทยที่ควรมีการเปลี่ยนแปลง จึงมีการประชุมของคณะรัฐมนตรีใน 15 กันยายน 2476 ซึ่งมีมติร่วมกันว่า ไม่รับรองเพลงชาติไทยที่เป็นเนื้อร้องของ หลวงวิจิตรวาทการ (หรือของขุนวิจิตรฯ หรือหลวงสาราฯ) แล้วแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเพลงชาติไทยใหม่อีกครั้ง

คณะกรรมการชุดใหม่มี 9 ท่านมีทั้งเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและแต่งตั้งขึ้นมาตามความเหมาะสม คือ 1. หม่อมเจ้าวรรณไวทยากรวรวรรณ เป็นประธาน 2. จางวางทวพาทย์โกศล 3.ผู้บังคับกองแตรวงทหารเรือ 4. ผู้บังคับกองแตรวงทหารบก  5. หลวงประดิษฐไพเราะ 6. หลวงประสานบรรณวิทย์ 7. พระยาอนุชิตชาญชัย 8. พระเรี่ยมรัชชพากย์ และ 9. พระเจนดุริยางค์  จะสังเกตเห็นว่า หลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งเป็นเจ้าของเพลงชาติเดิม ไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการด้วย แสดงให้เห็นว่า ในยุคนั้น ตัวท่านไม่มีอิทธิพลในรัฐบาลมากนัก

ในวันที่ 19 กันยายน ได้มีการประชุมคณะกรรมการและมีการประชุมต่อมาอีก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงวันที่ 1 หรือ 2 ตุลาคม ครั้งหลังนี้ได้มีมติจากคณะกรรมการออกมาว่า ทางการให้มีเพลงชาติ 2 แบบ คือ แบบไทยกับแบบฝรั่ง โดยแบบฝรั่งให้ใช้ทํานองของพระเจนดุริยางค์ และให้มีประกาศเชิญชวนประชาชนส่งเนื้อร้องเข้าประกวด คำประกาศประกวดเนื้อร้องเพลงชาติไทยในยุคนั้นน่าสนใจ เพราะมีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคำที่ต้องการให้ใช้อย่างละเอียดถึงขั้นกำหนดเสียงวรรณยุกต์กันเลยทีเดียว รายละเอียดคำประกาศ สามารถสรุปเนื้อหาได้ว่า

เนื้อร้องเพลงชาติไทยที่ต้องการ จะต้องเป็นเพลงปลุกใจประชาชนและเป็นจังหวะที่ทหารเดินได้ตามแบบสากล และต้องเข้ากับทำนองเพลงชาติไทยของพระเจนดุริยางค์ที่ใช้อยู่ โดยในคำประกาศได้ระบุด้วยว่า โน้ตเพลงทำนองของพระเจนฯ นั้นมีขายในราคา 10 สตางค์ ที่ 4 ร้านคือ อีสเตอร้น เปียโน (ถนนสี่พระยา)  ราชนาวิกสภา (ปากคลองมอญ)  สหการค้า (ข้างศาลาเฉลิมกรุง) อัฅคังคนเคราะห์ (สามแยก)

ส่วนคำที่จะใช้ในเนื้อร้องเพลงชาติ ก็ได้ระบุชัดเจนว่า คำที่ใช้ต้องตรงกับโน้ตดนตรี กล่าวคือ โน้ตเสียงสูงต่ำอย่างไร คำก็ต้องเป็นเสียงสูงต่ำตามอย่างนั้น โน้ตสั้นยาวอย่างไร คำที่ใช้ก็ต้องเป็นคำสั้นยาวอย่างนั้น

ทั้งนี้ เมื่อแต่งเนื้อร้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งไปที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี หมดเขตการส่งเพลงชาติเข้าประกวด ภายในจันทร์ที่ 31 ตุลาคม ปีดังกล่าว

และการประกวดครั้งนี้ เจาะจงเฉพาะเนื้อเพลงที่จะนำมาใช้กับทำนองที่เป็นสากลเท่านั้น