กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับกับบทกลอนเพลงชาติไทย บทกลอนเพลงชาติฉบับนี้ประระพันธ์โดย ผู้ใช้นามว่า “เสียงรำพึง” โดยมีชื่อบทกลอนว่า “ยังหวังยิน” นั่นเอง

จากเนื้อหาของบทกลอนทำให้มีจินตนาการไปถึงว่า ในช่วงที่ผู้ประพันธ์บทกลอนชิ้นนี้ น่าจะอยู่ในช่วงที่เมืองไทยมีความวุ่นวาย ขัดแย้งกันในเรื่องการเมืองไม่น้อย อาจจะมีความขัดแย้งต่างๆนาๆ การประท้วง การเดินขบวน ความเกลียดชังคนไทยในชาติกันเอง จนทำให้ผู้เขียนรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของประเทศไทย ถึงขนาดต้องใช้คำว่า “ยังหวังยิน เพลงชาติไทย ไท ยืนยง” โดยจุดประสงค์ของการแต่งยอมให้คนไทยได้รำลึกถึงความสำคัญของชาติและเพลงชาติไทย และฉุดความสามัคคีความรักกันของคนในชาติสยามเราให้กลับคืนมา

คนรุ่นเก่า ในยุค สังคมใหม่                      ต้องปรับใจ ปรับตัว ให้เวียนหัว                                           จับมือถือ คอมพ์พิวเตอร์ ก็กลัวกลัว       ใจสั่นรัว กะเทคโน เทคนิค..จัง

เคยหุงข้าว เตาถ่าน กลิ่นควันหอม           เคยอดออม หยอดกระปุก .. สะสม..หวัง
เคยใส่ผ้า ปะชุน .. ยามแม่ยัง                   เคยไคล้คลั่ง เพลงขุ่ยพริ้ว .. ประทับจินต์

เรื่องการเมือง ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนงำ           คน(รุ่น)เก่าจำ  อดีต  มิเลือนสิ้น
คนรุ่นใหม่ ไร้เงาเดิม ที่เคยยิน                  จุดถวิล อ้างอิง อาจต่างกัน

จิตสำนึก รักชาติ ต่างมีอยู่                       หมายเชิดชู ศาสน์กษัตริย์ .. สูงสุดฝัน
หวังประเทศ สุขสงบ ทุกคืนวัน                 สมานฉันท์ สามัคคี เลือดไทยคง

จะต่างยุค ต่างวัย ร่วมไทยชาติ                 ความคิดอาจ แตกต่าง หลากประสงค์
หากทุกคน ยังเป็นไทย ไท ยืนยง              เจตน์จำนงค์ ชาติรุ่งเรือง ทั่วแดนดิน

เพลงขลุ่ยพริ้ว จากท้องทุ่ง สู่กรุงใหญ่        เสนาะใจ ใฝ่ฝัน สันติถวิล
จากอดีต สู่ปัจจุบัน มั่นคงจินต์                 ยังหวังยิน เพลงชาติไทย ไท ยืนยง

 

ได้ยินบทกลอนฉบับนี้ก็ให้ตระหนักถึงความสำคัญและเป็นปึกแผ่นของชาติไทยนะครับ หากเราเอาแต่ร้องเพลงชาติแต่ไม่มีความรักกัน มีแต่ความจงเกลียดจงชังด้วยเหตุจากแค่ประเด็นการเมือง แน่นอนว่าประเทศของเราคงไม่มั่นคงและก้าวหน้าไปได้สักเท่าไหร่ครับ